(Spirit Away) ดูได้เลยน่ะ ........

posted on 26 Nov 2007 13:02 by poolink11


ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น: เซน โตะ จิฮิโร่ โนะ คามิคาคุชิ
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Spirited Away
ผู้แต่ง: ฮายาโอะ มิยาซากิ

หนังออกในปี ค.ศ. 2001
ความยาว 124 นาที

เรื่องของ จิฮิโร่ เด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบที่เดินทางย้ายบ้านไปกับพ่อแม่
ระหว่างทางพบอุโมงค์ลึกลับ เมืองผีสิง และดินแดนแห่งวิญญาณ
ที่เต็มไปด้วยเทพเจ้า และสัตว์ประหลาด โดยมีแม่มดยูบาบาเป็นคนคุม
ยูบาบาได้เสกให้พ่อแม่จิฮิโร่กลายเป็นหมู และจิฮิโร่ต้องยอมเป็นคนใช้เพื่อช่วยพ่อแม่
และต้องยอมถูกเก็บชื่อจิฮิโร่ไป จนเหลือแต่คำว่า "เซน"
โชคดีที่มีพระเอก "ฮากุ", และผีไร้หน้า "คาโอนาชิ"  และเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือ
"เซน" จะช่วยพ่อแม่ให้กลับเป็นคนได้หรือไม่?
และเธอจะได้ชื่อ "จิฮิโร่" และกลับบ้านหรือไม่?

หนังได้รับรางวัล
แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม จาก National Board of Review
รางวัลหมีทองคำ ภาพยนต์ยอดเยี่ยม The 52nd Berlin International Film Festival
ภาพยนต์แอนิเมชั่นยอดเยี่ม จาก New York Film Critics Circle

คำนิยมส่วนตัว
อ่านเจอจากหนังสือแนะนำหนัง และเพื่อนๆ แนะนำ
แต่ก็ไม่ได้สนใจจนเจอเค้าวางขายอยู่ปรากฏว่าเป็นหนังการ์ตูนที่ดีมากๆ อีกเรื่องนึง
ชอบการ์ตูนของมิยาซากิตรงที่ชอบสร้างเนื้อเรื่องให้ตื่นเต้นตั้งแต่ต้นเรื่อง
รวดเร็วทันใจ น่าติดตาม มีเซอร์ไพร้ส์เป็นระยะๆ และมีคติสอนใจ
ตัวละครแต่ละตัวก็มีเสน่ห์น่าหาเก็บไว้
เรื่องนี้ในเมืองไทยมีดีวีดีและวีซีดีพากย์ไทยขายแล้วด้วย หาซื้อได้ตามร้านซีดีทั่วไป
และยังมีดีวีดี 9 ในชุดสะสมหนังโรง 6 เรื่องของสตูดิโอจิบิลี่ ชุดที่สอง(กล่องน้ำเงิน)
แต่เค้าไม่ขายแยกชุด และชุดสะสมนี้จะเป็นภาษาญี่ปุ่น / อังกฤษ
ไม่มีพากย์ไทย มีแต่ซับไทยเท่านั้น

Spirit away (เริ่มเรื่องเลล่ะกัน... )

ภาษาที่ใช้อาจไม่เพราะหู เพราะเป็นภาษาของปูเอง ที่ได้จากการดูการ์ตูนเรื่องนี้ ........

          

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 ร่างเล็กๆนอนแผ่ราบกับเบาะหลังรถ ในขณะที่รถกับขับเคลื่อนไป

 เด็กหญิงตัวน้อยมองการ์ดอำลาของเพื่อนรัก พร้อมดอกไม้ช่อโต ด้วยความอาลัย

เนื่องจากเด็กน้อยชิฮิโร่  ต้องย้ายบ้านตามพ่อและแม่เธอมา  จากเมืองใหญ่สู่ชนบท

จากโรงเรียนเก่ามาเริ่มเรียนที่ที่ใหม่ ในที่ที่เธอไม่คุ้นเคย  เบาะหลังซึ่งเป็นที่พักใจ

ระหว่างการเดินทางสู่บ้านใหม่ ชิฮิโร่ บ่นกับพ่อและแม่ตลอดทาง

ถ้าเป็นไปได้เราอยู่ที่เดิมได้ไหมค่ะ คำถามนั้นปรากฎขึ้นเกือบทุก 20 นาที

แต่อย่างไรแล้วคำอ้อนวอนของ ชิฮิโร่ ก็ไรผล พ่อของเธอขับรถเข้าใกล้หมู่บ้านทุกที ทุกที

  แต่ทำไมทางเข้าหมู่บ้านใหม่ของเธอช่างน่ากลัวเหลือเกิน เด็กหญิงช่างสังเกต คิดในใจ

พ่อบอกก่ะชิฮิโร่ว่า นี้คงเป็นทางลัดสู่หมู่บ้านแน่นอน

เธอเห็นศาลเจ้าเล็กๆ มากมายกระจัดกระจาย วางกองที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน

เธอเริ่มสนใจหมู่บ้านนี้ขึ้นมาทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อผ่านปากทางเข้าหมู่บ้าน พ่อก็ขับรถเร็วขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

 และทางที่ผ่านก็ขรุขระมากด้วยทำให้รถที่เธอนั่งสั่น

 และกระแทกตลอดทาง พ่อของเธอยิ่งขับเร็วขึ้น เร็วขึ้น

ขณะที่เข็มไมล์บอกระยะทางยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ชิฮิโร่สังเกตุเห็นตุ๊กตาประหลาดที่ตั้งระหว่างทาง มันขนาดใหญ่ และมีหลายตัว

 เป็นรูปปั้นที่เธอไม่เคยเห็นที่ใหนเลย  ทำให้ชิฮิโร่ก็ยิ่งสนใจหมู่บ้านนี้มากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชิฮิโร่เห็นปลายทางแล้ว พ่อจอดรถกะทันหัน เบื้องหน้าของเธอคืออุโมงค์ที่ล้อม

รอบด้วยผนังสีแดง คล้ายกำแพงที่ยาวมาก สุดลูกหูลูกตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกคนในรถลงออกมาดู พ่อและแม่ของชิฮิโร่ตัดสินใจเดินผ่านอุโมงค์

เพราะคิดว่ามันคือปากทางเข้าหมู่บ้านแน่นอน หลังกำแพงใหญ่อาจเป็นหมู่บ้านก็ได้

 พ่อของเธอกล่าวด้วยความตื้นเต้น แต่ชิฮิโร่ไม่เป็นเช่นนั้น เธอเริ่มกลัว

และมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีกับที่นี้ ตั้งแต่เห็นศาลเจ้าปากทางเข้าแล้ว  ชิฮิโร่ ขอยืนรอข้างนอกน่ะค่ะ

ซิฮิโร่กล่าว แต่สุดท้ายเธอก็ต้องตามพ่อและแม่เธอมา เพราะความเป็นเด็กและความกลัวของชิฮิโร่

เธอช่างเป็นเด็กไม่กล้าหาญเอาเสียเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งสามคนเดินทางผ่านอุโมงค์ และเดินทะลุมาสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งแบบเยอรมัน

 สวยงามแต่ทว่าเก่า และโซมมาก เสียงน้ำหยดกระทบพื้นเป็นระยะๆ แม่ของชิฮิโร่ พูดออกมาว่า 

  ได้ยินเสียงรถไฟหรือเปล่ ทั้งสามต่างเหี้ยหูฟัง เสียงรถไฟกลายเป็นหลักฐานชัดเจน

ที่ทำให้ทุกคนคิดและแน่ใจว่าเมื่อผ่านห้องโถงนี้ไปต้องเป็นหมู่บ้านแน่นอน ว่าแล้ว

ทุกคนก็เคลื่อนย้ายตัวเองผ่านห้องนี้ไป

 

 

 

 

 

  ภาพที่ปรากฏเมื่ออกจากห้องเก่าๆแห่งนั้นคือ ภาพหมู่บ้านเก่าๆ บรรยากาศสดชื่นมาก

มากกว่าบ้านเก่าของชิฮิโร่หลายเท่า ลมเย็นพัดโชย หญ้าเขียวขจี เหมือนอีกโลกที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

  ทั้งสามคนตื้รเต้นกับบรรยากาศโยรอบอย่างไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เดินมาอีกหน่อยทั้งสามคนก็มองเห็นปราสาทเก่า พ่อของเธอบอกว่าที่นี่คือเมืองเก่าในสมัยก่อน

เป็นสถานที่ให้ความบันเทิงกับทุกคน เป็นเหมือนสวนสนุกสมัยโบราณนั้นเอง ชิฮิโร่เริ่มขนลุก

และกลัวเมื่อได้ฟังประโยคนั้นนั้น เธอเริ่มออกความคิดเห็น เธออยากกลับไปที่รถเหลือเกิน

แต่พ่อและแม่ก็ไม่ได้ยินเหมือนมีมนต์อะไรมาทำให้ท่านหลงไปกับหมู่บ้านนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ทั้งพ่อและแม่ก็เดินไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สนใจชิฮิโร่เลย 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                    ในที่สุดทั้งสามก็เจอกับหมู่บ้านจริงๆ เป็นห้องแถวสองข้างทาง ผนัง

ของทุกตึกมีร่องรอยของความเก่า แต่สังเกตได้เลยว่า ทุกผนังมีภาพที่วาดเพื่อบ่งบอกว่าเป็น

สถานที่ให้ความบันเทิงจริงๆ ทั้งสีสันที่ตัดกันอย่างชัดเจน และลวดลายภาพที่แปลกตามากมาย

 หลากหลายแบบเลยที่เดียว

                พ่อกับแม่ได้กลิ่นอาหารที่ส่งกลิ่นลอยมาแตะจมูก ทั้งสองเหมือนโดนสะกด

 พวกเขาวิ่งหาร้านอาหารเหมือนบ้าคลั่ง ชิฮิโร่เองก็กลัวเหลือเกิน เพราะเป็นหมู่บ้านที่เหมือนร้างมาก

ไม่เจอใครเลยซักคนเดียว  เงียบ และเก่า ชิฮิโร่ พยายามกล่อมพ่อและแม่ให้กลับไปที่รถ

 แต่ทั้งสองก็ไม่ฟังยิงกว่าเดิมอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในไม่ช้าเราก็เจอร้านอาหารจริงๆ อาหารมากมายถูกปรุงขึ้น แต่ทว่าไม่มีแม้แต่พ่อครัว

 หรือบริกรเลย พ่อกับแม่ไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น ตรงไปนั่ง พร้อมกับกล่าวเพียงประโยคว่า 

 กินก่อนแล้วเราค่อยจ่ายล่ะกัน จบประโยค พ่อกับแม่ของชิฮิโร่ก็เริ่มกิน กิน และกิน

 โดยไม่สนใจชิฮิโร่เลย แม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชิฮิโร่ตีตัวออกมาเดินเล่น เธอพบสะพานไม้ ขอบรั่วสะพานสีแดง มองแล้วสะดุดตา

เบื้องหลังเป็นปราสาทอีกหลังที่ขนาดใหญ่กว่า และใหม่กว่า

พร้อมข้างปราสาทยังมีปล่องควันที่ดูเหมือนยังใช้การได้อยู่ เพราะมีควันโพยพุ้ง

ออกมานั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กน้อยยืนสังเกตอยู่พักใหญ่ แต่เธอก็สะดุดหูขึ้น เพราะมีเสียงรถไฟจริงๆ

เหมือนที่แม่เธอกล่าว เธอตรงมาที่ขอบสะพานมองลงไป เธอก็ต้องตื้นเต้น

 เพราะมีรถไฟ 1 รางวิ่งอยู่ทางด้านล่างสะพานที่เธอยืนอยู่ เธอมองมันด้วยความสงสัย

แต่เธอก็ต้องตกใจอีกครั้ง จากการปรากฎตัวของเด็กหนุ่มแปลกหน้า

ใส่ชุดโบราณซึ่งมายืนตรงหน้า พร้อมกับบอกให้เธอหนีไป เขาพูดออกมาว่า

 เธอมาทำอะไรที่นี้ ! หนีไปเร็วเข้า อ้าไม่ทันล่ะ พวกเขาใกล้จุดโคมไฟกันแล้ว

มองอะไรอยู่ล่ะ หนีไปเร็ว เดี๋ยวข้าจะสกัดไว้ก่อนสุดท้ายของประโยค

 

 

 

ชิฮิโร่ก็วิ่งหนีตามที่เด็กหนุ่มสั่ง ส่วนเด็กหนุ่มก็ร่ายมนต์ออกมา

เหมือนเขาเล่นมายากล แต่สิ่งที่ปรากฏคือเกล็ดกระเบื้องสีขาว เกลื้ยง ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณนั้น

 

 

 

 

 

ชิฮิโร่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง วิ่งไปตามทั้งที่รายล้อมด้วย ห้องแถวที่เธอเคยเดินผ่านมา

 แต่เธอคงหนีไม่ทันแล้ว สองข้างทางที่เธอวิ่งผ่านมีการจุดโคมไฟ

ให้ความสว่างแล้วตลอดทางแล้ว  เธอสังเกตเห็นบ้างอย่าง ว้าว 

สิ่งที่ปรากฏหน้าเด็กน้อย คือวิญญาณสีดำ โผล่จากพื้นดินบ้าง

ปรากฏในร้านอาหารข้างทางบ้าง เดินกันขวักไขว้ สวนทาง และบางส่วนก็เดินผ่านเธอ

เธอตกใจและวิ่งตรงมาที่ร้านอาหารที่พ่อและแม่เธออยู่ ก่อนที่จะแนกตัวออกมา

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

แต่สิ่งที่พบคือหมูสองตัวที่กินไม่หยุด ชิฮิโร่กรี๊ดร้องออกมาด้วยความตกใจ

พร้อมทั้งร้องเรียกแม่ และพ่อตลอดทาง เพราะเธอไม่เชื่อว่าพ่อและแม่ของเธอกลายเป็นหมูจริงๆ 

 เธอวิ่งไปทางเดิมที่ผ่านมา เพราะคิดว่าพ่อและแม่ต้องกลับไปแล้วแน่นอน

  หรือนี้  มันคือฝันที่เธอหลับอยู่เบาะหลังรถกันแน่

 

 

 

 

 

 

 

ชิฮิโร่ยืนนิ่งอยู่ที่บันได เธอจองมองพื้นน้ำที่กว้างใหญ่ เธอจะทำอย่างไรดี

ทันใดนั้นเรือขนาดใหญ่ล่องลำน้ำใกล้เข้ามาหาเธอ

เธอเริ่มเห็นโอกาสรอดจากหมู่บ้านบ้าๆ แห่งนี้แล้ว

 

 

 

 

เมื่อเรือเทียบท่า ชิฮิโร่ถึงกับตะลึง เพราะผ็โดยสารที่ออกจากเรือเป็นวิญญาณ

ทุกตัวเดินออกมาโดยเห็นแค่เพียงหน้ากากที่สวมใส เมื่อพวกเขาขึ้นจากท่าเรือ

ร่างกายส่วนอื่นๆของพวกเขาก็ปรากฏ ชิฮิโร่เห็นอย่างนั้นถึงกับหวีดร้องออกมา

 เธอจะวิ่งลงน้ำอีก เพื่อว่ายออกไปจากที่นี้ แต่วิญญาณดำมืดก็โผล่ออกมาสกัดเธอเอาไว้ทุกทิศทาง

เธอหันหลังกลับ และวิ่งเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง โดยไม่หันกลับมาเลย

 

 

 

 

 

 

 

To Be Continued